วันจันทร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560

ผู้จัดทำ

โครงการพัฒนาอาชีพกลุ่มสตรีในคุ้มตาจวน
การทำขนมนางเล็ดน้ำแตงโม

จัดทำโดย
นางสาวรัตติกา   สหุนิล                 รหัสนักศึกษา59191420206
นางสาวปุณฑริกา ดีพาชู              รหัสนักศึกษา59191420208
นางสาวทิพย์สุดา  สาริก                รหัสนักศึกษา59191420213
นางสาวธิดาพร    ใสสาร                รหัสนักศึกษา59191420224
นางสาวศุภลักษณ์ บูรณะ              รหัสนักศึกษา59191420113
นางสาวจิตรา      พรมลา                รหัสนักศึกษา59191420202
นางสาวปพิชญา   สุกใส                 รหัสนักศึกษา59191420219
นายเอกราช        พีระ                      รหัสนักศึกษา59191420221
นางสาวศริญญา   หินกล้า              รหัสนักศึกษา59191420309
นางสาวมณีรัตน์   ดวงนิล               รหัสนักศึกษา59191420317
นางสาววรรณวิสา พูนกล้า              รหัสนักศึกษา59191020219
นางสิริกัญญา       สุขแสวง             รหัสนักศึกษา59191020225
นายสิริพล          สิริอนุศาสน์           รหัสนักศึกษา59191020211
นางสาวอาทิตยา   โสติยา               รหัสนักศึกษา59123020101
นาย สิทธิชัย       เสาะสืบงาม          รหัสนักศึกษา59123020105
 นายอภิรักษ์        คงนาค                 รหัสนักศึกษา 59191020230
นางสาวอลิษา      ศรีเพชร               รหัสนักศึกษา59191880117
นางสาวฐิติกาญจน์ จันทรารักษ์      รหัสนักศึกษา59191880118

เสนอ
อาจารย์พัชรินทร์   โชคอำนวย



บทที่ 5 สรุป

บทที่ 5
สรุป

การพัฒนาอาชีพเป็นการประเมินศักยภาพของบุคคลอย่างหนึ่ง ซึ่งประกอบอาชีพที่เหมาะสม มีการวางแผนการดำเนินการ สิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่ง ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาตนเองหรือพัฒนาอาชีพที่ตนเองทำอยู่ เปิดโอกาสให้คนทำงานแต่ละคนมีโอกาสเติบโตและก้าวหน้าในงาน เป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตในการทำงานอีกนัยหนึ่งการที่บุคคลมีความสามารถในการพัฒนาตนเอง จะทำให้มีโอกาสบรรลุเป้าหมายงานอาชีพที่ตนทำอยู่
      การทำโครงงานพัฒนากลุ่มสตรี คุ้มตาจวน บ้านสำโรง ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ในครั้งนี้ทำให้สมาชิกในกลุ่มช่วยกันในการสืบค้นหาข้อมูลและปฏิบัติเป็นรูปเล่มโครงงาน เพื่อให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ และนอกจากนี้ยังเป็นการศึกษาขั้นตอนวิธีการทำขนมนางเล็ด พร้อมทั้งได้ทำการออกแบบและพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์โดยการคิดสูตรการทำขนมขึ้นมาใหม่ รวมทั้งได้มีการระดมความคิดในการออกแบบโลโก้ผลิตภัณฑ์ และได้มีการลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานจริง  เพื่อให้เกิดการสร้างองค์ความรู้ให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง
                จากการศึกษาพบว่าขนมนางเล็ดเป็นขนมไทยที่นิยมกินกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยการนำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้ว นำมาปั้นใส่ในพิมพ์ จากนั้นนำไปตากแห้งในแดด เมื่อแห้งก็นำมาทอด แล้วโรยน้ำตาลที่ผ่านการเคี่ยวแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการที่ค่อนข้างง่าย และถ้าหากผลิตขายก็สามารถทำกำไรให้กับผู้ขายได้เป็นอย่างดี เนื่องด้วยวิธีการที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน วัตถุดิบและอุปกรณ์สามารถหาได้ง่ายทั่วไปรวม ทั้งเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างน้อย แต่ถ้าหากรู้จักการปรับเปลี่ยนสูตรให้มีความแตกต่างและออกแบบโลโก้ผลิตภัณฑ์ให้มีความน่สนใจและดึงดูดผู้บริโภคได้ ก็จะช่วยส่งเสริมมูลค่าในการขายให้กับผู้ผลิตได้อีกด้วย

อภิปราย
จากการที่คณะผู้จัดทำโครงงานนี้ ได้จัดทำและศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาอาชีพกลุ่มสตรีในหมู่บ้านสำโรง ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์จากเดิม ซึ่งปัญหาที่พบในผลิตภัณฑ์แบบเดิมนั้น คือ บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการบรรจุผลิตภัณฑ์หรือสินค้านั้น ไม่มีความน่าสนใจที่จะดึงดูดผู้บริโภคได้ และปัญหาที่พบประการที่สองคือ ขนมนางเล็ดที่มีการผลิตอยู่เดิมนั้นมีเพียงสูตรเดียว นั่นก็คือแบบดั้งเดิมที่มีแค่น้ำตาลเชื่อมที่นำมาโรยหน้า ซึ่งทางผู้จัดทำได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในด้านนี้ จึงได้มีการระดมความคิดในการแก้ไขและพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ โดยได้มีการคิดค้นสูตรของผลิตภัณฑ์ขึ้นมาใหม่ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้แก่ผู้บริโภค รวมทั้งมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ใหม่เช่นกันซึ่งผลคือ สามารถที่จะเพิ่มจุดสนใจในการขายหรือเพิ่มความน่าสนใจให้แก่ผู้บริโภคได้มากขึ้น อีกทั้งกำไรที่ได้จากการขายก็ไม่ลดลงจากเดิม และเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของผู้ซื้อ เหตุเพราะช็อกโกแลตนั้นสามารถทานได้ทุกเพศทุกวัยและการนำช็อกโกแลตมาเคลือบขนมนั้น เป็นสิ่งที่แปลกใหม่ไม่ค่อยมีผู้ใดทำมาก่อน จึงสามารถที่จะดึงดูดความสนใจแก่ผู้บริโภคได้มากขึ้น

ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงาน
 ในการทำโครงงานพัฒนากลุ่มสตรี คุ้มตาจวน บ้านสำโรง ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ครั้งนี้ ทำให้ได้องค์ความรู้ใหม่ๆ และเป็นการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มาประยุกต์ใช้และได้รับประโยชน์ ดังต่อไปนี้
1. ได้ศึกษาและได้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการทำขนมนางเล็ดน้ำแตงโม
2. ช่วยส่งเสริมให้คนในชุมชนมีอาชีพที่มั่นคง และคนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น
3. ช่วยฝึกประสบการณ์การทำงานกลุ่มให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
4. สามารถนำความรู้เรื่องการทำขนมนางเล็ดน้ำแตงโม ไปต่อยอดพัฒนาเป็นอาชีพได้
5. รู้จักการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าสินค้ามากยิ่งขึ้น
6. สามารถนำไปความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้
ประโยชน์จากการทำกิจกรรมและการทำโครงงาน ที่สามรถนำไปประยุกต์ใช้กับศาสตร์ที่ได้เรียนมา ได้แก่
1.การรู้จักคิดอย่างเป็นระบบและการวางแผนดำเนินการเป็นขั้นตอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
2.สามารถที่จะนำศาสตร์ที่เรียนมา ไปประยุกต์ใช้ในขั้นตอนการทำงาน เช่น การนำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ทั้ง 5 ขั้นตอนมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน ตัวอย่าง รู้จักสังเกตสิ่งที่อยู่รอบตัว นำมาประดิษฐ์คิดค้นในการผลิตสูตรแบบใหม่ เป็นต้น
3. นำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาช่วยในการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ให้มีอายุการเก็บรักษาไว้ได้นานยิ่งขึ้น เช่น การทำให้วัตถุดิบแห้งสนิทเพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราหรือแบคทีเรีย ที่เป็นตัวก่อให้เกิดการเน่าเสียของขนมนางเล็ด อีกทั้งแบคทีเรียบางตัวสามารถก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายได้

 ข้อเสนอแนะ
1. ควรมีการประชุมวางแผนกันมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการทำงาน และควรวางแผนในการประสานงาน มีการแบ่งหน้าที่การรับผิดชอบให้ตรงตามตำแหน่งงาน เพื่อที่การทำงานจะได้มีประสิทธิภาพมมากยิ่งขึ้น
2. ผู้ที่ทำการศึกษาในเรื่องนี้ ควรมีความรู้และความเข้าใจถึงกระบวนการทำและขั้นตอนวิธีการผลิตขนมนางเล็ด ควรศึกษาอย่างละเอียด รอบคอบ และเข้าใจ เพื่อการดำเนินการจะได้เป็นไปในทิศทางที่ดีและมีประสิทธิภาพสูงสุด
3. หากรายละเอียดไม่ชัดเจน สามารถที่จะทำการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลได้จากแหล่งอ้างอิงอื่นได้
4. สามารถนำความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่ หรือพัฒนาต่อยอดเพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด ทั้งต่อตนเอง หรือครอบครัวและชุมชน
5. ควรนำผลจากการศึกษาค้นคว้าที่ได้ ไปสร้างเป็นสื่อในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ที่ได้อ่าน โดยผู้อ่านอาจจะเกิดความเพลิดเพลินมากยิ่งขึ้น

เอกสารอ้างอิง

การพัฒนาอาชีพ. (2554). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จากhttp://netra.lpru.ac.th.
              วันที่ 11 กันยายน 2560
 “ขนมนางเล็ด. (2557).  [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://eveleighmarket.com.
บ้านสำโรง”. (2556). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.thaihealth.or.th/Content/html

         .    วันที่ 13 กันยายน 2560

บทที่4 ผลการศึกษา

บทที่4
 ผลการศึกษา

         จากการทำโครงงานพัฒนากลุ่มอาชีพสตรี คุ้มตาจวน หมู่บ้านสำโรง ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองจังหวัดสุรินทร์ เพื่อศึกษาเรื่องการทำขนมนางเล็ดน้ำแตงโม ในการจัดทำโครงงานทั้งนี้ ผู้จัดทำได้มีแนวคิดที่จะพัฒนาชุมชนในหมู่บ้านสำโรง และมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมบุคคลสำหรับความก้าวหน้าในงานหรืออาชีพที่ทำอยู่ โดยมุ่งส่งเสริมให้บุคลากรได้พัฒนาตนเอง เปิดโอกาสให้คนทำงานแต่ละคนมีโอกาสเติบโตและก้าวหน้าในงาน โดยมุ่งสู่เป้าหมายเพิ่มคุณภาพชีวิตในการทำงาน  เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้กลุ่มแม่บ้านในหมู่บ้านสำโรงได้มีการพัฒนาตนเองและพัฒนาอาชีพ อีกทั้งยังมีโอกาสบรรลุเป้าหมายงานในอาชีพที่ตนถนัดและ พัฒนาต่อยอดอาชีพจากเดิมที่มีอยู่แล้วในหมู่บ้านสำโรง ให้มีประสิทธิภาพและประสบผลสำเร็จในการประกอบอาชีพในการศึกษาคนในชุมชนในคุ้มตาจวน ก็พบว่ามีกลุ่มครัวเรือนที่ประกอบอาชีพในการทำขนมนางเล็ด 1 ครัวเรือนซึ่งในการทำขนมนางเล็ดนี้ เป็นอาชีพที่ทำขายเป็นประจำอยู่แล้วซึ่งบวกกับภูมิปัญญาต่างๆ ในการทำขนมนางเล็ดของคนในชุมชนที่ พบว่าขนมนางเล็ดเป็นขนมที่ค่อนข้างทำง่ายมีวัตถุดิบเพียงพอมีการนำมาบริโภคค่อนข้างสูงจำหน่ายได้ง่ายตามแถวร้านค้าและร้านสะดวกซื้อต่างๆ ที่มีอยู่ในแหล่งชุมชนและมีได้กำไรดีเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่กลุ่มแม่บ้านสามารถทำเป็นรายได้เสริมเพื่อนำเงินที่ได้จากการทำอาชีพนี้ไปใช้จ่ายในครัวเรือนของตน ซึ่งมีผลการดำเนินงานโครงงานดังนี้

ผลการพัฒนาโครงงาน
การพัฒนาโครงงานกลุ่มพัฒนาอาชีพสตรีคุ้มตาจวน หมู่บ้านสำโรง เพื่อศึกษาการทำขนมนางเล็ดน้ำแตงโม โดยได้ปรับเปลี่ยนวิธีการทำขนมนางเล็ด เพื่อให้สามารถที่จะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ให้มากยิ่งขึ้นโดยนอกจากการนำขนมนางเล็ดมารับประทานแล้ว ยังสามารถที่จะนำไปเป็นของฝากหรือของที่ระลึกได้ เนื่องจาก สามารถนำมาบริโภคได้ทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่วัยเด็กวัยทำงานจนถึงวัยผู้ใหญ่ก็สามารถที่จะรับประทานขนมนางเล็ดได้ โดยให้มีรสชาติที่หอมกลมกล่อมและมีหน้าของขนมที่แปลกใหม่ขึ้นและน่าสนใจ  ด้วยการนำ ขนมนางเล็ดมาปรับเปลี่ยนจากสูตรเดิมที่ผสมกับน้ำแตงโมก็ปรับเปลี่ยนมาใช้ให้ขนมนางเล็ดมีแนวทางเลือกใหม่ๆ โดยมีหน้าต่างๆ โดยการนำขนมนางเล็ดมาเคลือบด้วยช็อกโกแลตให้มีสีสันน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ทำให้ขนมมีความหอมและอร่อยได้กลิ่นหอมของช็อกโกแลตมากยิ่งขึ้น บวกกับความหอมของงาขาวและงาดำ ที่คั่วให้สุกแล้วนำมาโรยหน้าและน้ำตาลเชื่อม ให้ดูมีความหอมและอร่อยกว่าเดิม อีกทางการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าให้ขนมมีราคาสูงมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
  
ตัวอย่างผลงาน


จากการศึกษาและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการทำขนมนางเล็ด ปัญหาที่พบทั้งในกระบวนการผลิตและการขาย คือ ขนมนางเล็ดมีความดั้งเดิมจนเกินไปไม่มีความหลากหลาย ซึ่งไม่ตอบสนองต่อความต้องการของแต่ละวัย และประการที่สอง คือ แบบบรรจุภัณฑ์ที่มีอยู่ดั้งเดิมเป็นรูปแบบที่เรียบง่ายเกินไป ไม่เป็นที่ดึงดูดความ-สนใจแก่ผู้บริโภค ดังนั้นจึงมีการพัฒนาสูตรและออกแบบบรรจุภัณฑ์ขึ้นใหม่ เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับผลิตภัณฑ์มากขึ้น ดังนี้

บรรจุภัณฑ์แบบเดิม                                      



บรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบใหม่ 







                        รูปแบบโลโก้ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบใหม่



2.การพัฒนาต่อยอดสูตรขนมนางเล็ด
จากเดิมที่ขนมนางเล็ดรสดั้งเดิมเป็นเพียงสูตรที่โรยน้ำตาลเพียงอย่างเดียว สามารถที่จะนำมาคิดต่อยอดเพิ่มรสชาติที่หลากหลาย โดยการนำไปเคลือบกับช็อกโกแลตเพื่อเพิ่มรสชาติที่แปลกใหม่ให้กับขนม อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของทุกเพศทุกวัย เพราะช็อกโกแลตได้รับความนิยมจากทุกเพศทุกวัย และเป็นวัตถุดิบที่สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านค้าทั่วไป 



ขนมนางเล็ดสูตรดั้งเดิม


ขนมนางเล็ดนำไปจุ่มช็อกโกแลต

↙ 
ขนมนางเล็ดนำไปโรยงาขาวและงาดำ


การปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ และคิดค้นพัฒนาสูตรนี้เป็นเพียงกระบวนการหนึ่งที่จะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์หรือสินค้าชนิดนั้นๆ หรือเป็นการเพิ่มความน่าสนใจให้กับผลิตภัณฑ์ที่เราได้ทำการคิดพัฒนาต่อยอด ซึ่งในที่นี้ได้มีการปรับปรุงหรือพัฒนาต่อยอดใน 2 หัวข้อ ด้วยกัน คือ การพัฒนาต่อยอดสูตรผลิตภัณฑ์ และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ทั้งสองหัวข้อที่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาต่อยอดจากเดิมนี้ เป็นสิ่งหนึ่งที่จะนำไปสู่การพัฒนาอาชีพกลุ่มสตรีของหมู่บ้านสำโรง เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอีกทางหนึ่ง


บทที่ 3 วิธีการดำเนินงาน

บทที่ 3
วิธีการดำเนินงาน

ขนมนางเล็ดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทยมาช้านาน เพราะมีความผูกพันกับประเพณีและวัฒนธรรมไทยเพื่อใช้ในงานประเพณีและงานมงคลต่าง ๆ การทำบุญเลี้ยงพระ หรือทำรับประทานภายในครอบครัวและเพื่อนฝูงก็ได้ ซึ่งขนมไทยก็ทำไม่ยากนัก อีกทั้งต้นทุนและวัตถุดิบที่จะนำมาทำก็สามารถหาได้ง่ายมีอยู่ในท้องถิ่น เช่น มะพร้าว แป้ง เผือก มัน กล้วย ข้าวเหนียว ฯลฯ นอกจากส่วนประกอบที่หาง่ายแล้วขนมไทยยังมีสัดส่วนการทำที่ยืดหยุ่นได้ ไม่เหมือนขนมของต่างประเทศซึ่งวิธีการเติมส่วนผสมของขนมต่างประเทศต้องตวงให้ได้สัดส่วนที่ถูกต้อง ถ้าวิธีการตวงส่วนผสมผิดพลาดการทำขนมชนิดนั้นก็จะไม่เป็นขนมที่เราต้องการ ส่วนขนมไทยนั้นจะอร่อยมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญซึ่งฝึกฝนได้ในเวลาไม่นานนัก ซึ่งในการทำขนมนางเล็ดก็มีวิธีการที่ง่ายและไม่ยุ่งยากซับซ้อน สามารถอธิบายขั้นตอนและวิธีการได้ดังนี้

ขั้นตอนการดำเนินงาน
ในการทำงานแต่ละครั้งจะต้องมีการวางแผนการดำเนินงานให้เรียบร้อย เพื่อความสะดวกในการทำงานหรือลงพื้นที่ในการทำงาน ซึ่งการวางแผนดำเนินการไว้ล่วงหน้าจะช่วยเพิ่มความเป็นระเบียบแก่การทำงานอีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้งานนั้นๆ ประสบผลสำเร็จและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ขั้นตอนที่ 1 วางแผนงาน
วันที่ 21 กันยายน พุทธศักราช 2560
กิจกรรมที่ดำเนินการ
1.ประชุมวางแผนโครงการ เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานขั้นต้นก่อนการลงพื้นที่และลงมือปฏิบัติจริง
2.เขียนโครงการเสนอขออนุมัติ
3.กำหนดหน้าที่รับผิดชอบ กำหนดหน้าที่และงานที่รับผิดชอบให้แก่สมาชิกในกลุ่ม เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการทำงาน และทำให้การปฏิบัติงานในครั้งนี้เป็นไปด้วยดีและประสบผลสำเร็จ

ชั้นตอนที่ 2 ดำเนินการ
วันที่ 19 สิงหาคม พุทธศักราช 2560
กิจกรรมที่ดำเนินการ
1. ลงพื้นที่สำรวจเกี่ยวกับอาชีพของกลุ่มสตรี  โดยทำการสำรวจว่าในหมู่บ้านสำโรงนั้น มีการประกอบอาชีพอะไรบ้าง จากนั้นเลือกอาชีพที่สนใจและทำการพัฒนาต่อยอดอาชีพนั้น ซึ่งในที่นี้ได้เลือกการทำขนมนางเล็ด ซึ่งกลุ่มแม่บ้านในคุ้มตาจวนได้มีการทำเป็นอาชีพเสริมอยู่แล้ว
2. ติดต่อประสานงานกับบุคคลที่มีความรู้ด้านนี้และมีความเชี่ยวชาญ เกี่ยวกับการทำขนมนางเล็ด และเป็นหนึ่งในกลุ่มสตรีที่อยู่ในหมู่บ้านสำโรง ซึ่งได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่บ้านเกี่ยวกับผู้ที่เป็นแกนนำในการทำขนมนางเล็ด และติดต่อประสานงานกับแกนนำแม่บ้านเพื่อลงพื้นที่ศึกษาและเก็บข้อมูลเกี่ยวขั้นตอน หรือวิธีการทำขนมนางเล็ด อีกทั้งยังสำรวจและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการขายขนมนางเล็ด

วันที่ 26 สิงหาคม พุทธศักราช 2560
กิจกรรมที่ดำเนินการ
1.จัดเตรียมอุปกรณ์ในการทำขนมนางเล็ด เมื่อจัดเตรียมอุปกรณ์เสร็จแล้วลงมือทำขนมนางเล็ด ซึ่งกลุ่มแม่บ้านในคุ้มตาจวนเป็นคนสาธิตเป็นตัวอย่าง และนักศึกษาลงมือปฏิบัติตาม เป็นการศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการผลิต และเป็นแนวทางสำหรับการคิดพัฒนาสูตรใหม่หรือออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีกระบวนการและขั้นตอนตอนวิธีการทำ ดังต่อไปนี้
วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำขนมนางเล็ดมีดังนี้
1.1ข้าวเหนียว(นึ่งสุกแล้ว)                           
1.2.น้ำแตงโม
1.3.น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
        1.4.น้ำตาลทราย
           1.5.น้ำ
1.6.น้ำมันพืชสำหรับทอดขนม
1.7.แม่พิมพ์รูปวงกลม
1.8.งาดำ,งาขาว
        1.9.ช็อคโกแลต (สำหรับเคลือบ)
        1.10.เกลือ
        1.11.หม้อ,กระด้ง,หวด
        1.12.ชามขนาดใหญ่สำหรับใช้ผสมข้าวเหนียวกับน้ำแตงโม

วิธีการทำ


                              รูปภาพแสดง: ข้าวเหนียวที่นำไปแช่น้ำ 
1.นำข้าวเหนียวไปแช่น้ำเปล่าไว้ประมาณ 6 ชม. หลังจากนั้นก็นำไปนึ่งจนสุก โดยใช้ระยะเวลานึ่งประมาณ 20-30 นาท


                                        รูปภาพแสดง:ข้าวเหนียวนึ่ง  

2.ระหว่างที่รอข้าวเหนียวสุก เราก็ไปนำน้ำแตงโม น้ำตาลทราย และเกลือ คนให้เข้ากัน จากนั้นนำมาพักไว้ให้เย็นก่อน พอข้าวเหนียวสุกก็ยกลงมาใส่กระด้งที่เตรียมไว้ และเอาข้าวเหนียวที่พักไว้เทใส่ชามผสม จากนั้นก็เทน้ำแตงโมตามลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน

                                       
                                   
                                                             รูปภาพแสดง: น้ำแตงโม

                                        



                                         รูปภาพแสดง:ข้าวเหนียวที่ผสมกับน้ำแตงโม


3. จากนั้นก็หาฝาพลาสติก หรืออะไรก็ได้ค่ะที่มีลักษณะกลมๆ ก้นตื้นๆ ขนาดเล็กใหญ่ตามชอบ นำข้าวเหนียวไปใส่ในพิมพ์ให้ทั่วพยายามทำให้บางๆ อย่าให้หนาและติดกันมาก เพราะตอนทอดจะไม่พองกรอบเท่าที่ควร ทำรูปร่างเสร็จก็เอาไปใส่ถาด เรียงกันไว้


                                          
รูปภาพแสดง : แม่พิมพ์สำหรับทำขนมนางเล็ด


                          รูปภาพแสดง:ข้าวเหนียวที่ใส่ในแป้นพิมพ์เสร็จแล้ว


4.เมื่อปั้นเสร็จแล้วให้นำไปตากแดดอาบประมาณ 10-15 นาที หรือจนข้าวเหนียวแห้งสนิท

5.เมื่อข้าวเหนียวแห้งได้ที่แล้ว นำมาทอดในน้ำมันร้อน ใช้ไฟในระดับปานกลาง จากนั้นทอดให้พองสวยทั้งสองด้าน แล้วก็ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมันแล้วนำไปพักไว้บนกระดาษซับมันเพื่อซับน้ำมันออกจากข้าวเกรียบ




                                      รูปภาพแสดง : การทอดขนมนางเล็ด

6. เมื่อทอดข้าวเกรียบเสร็จ ก็นำน้ำตาลที่ทำการเชื่อมเสร็จแล้วโรยหน้าขนม ตามด้วยการโรยหน้าด้วยเมล็ดงาขาวและงาดำ





                                    รูปภาพแสดง : ขนมที่โรยงาดำและงาขาวเสร็จแล้ว
 
7. ในกรณีที่เราคิดเปลี่ยนสูตรจากการผลิตแบบดั้งเดิม คือเราสามารถนำช็อคโกแลตมาเคลือบ เพื่อเพิ่มความหลากหลายอีกให้แก่ขนมนางเล็ด ในกระบวนการทำนี้เราสามารถที่จะนำข้าวเกรียบที่ทอดเสร็จแล้วไปจุ่มในช็อคโกแลตที่ใช้สำหรับเคลือบโดยเฉพาะได้ทันที

                                         

                                                          รูปแสดง:การจุ่มช็อกโกแลต




                              2. ต้นทุนการผลิตและโอกาสในการจำหน่ายที่คาดว่าจะดำเนินการได้
ต้นทุนการผลิต

วัสดุที่ใช้ในการผลิต

ราคา
ช็อกโกแลต (แบบเคลือบ)
ข้าวสาร (ข้าวเหนียว)
ถุงบรรจุภัณฑ์
น้ำตาลทราย
น้ำตาลปี๊บ
งาดำ, งาขาว
น้ำมันพืช
ค่าพิมพ์โลโก้
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น มันรถจักรยานยนต์

180
30
45
25
50
40
35
50
40
รวมทั้งสิ้น
465
หมายเหตุ : อุปกรณ์บางอย่างสามารถใช้ได้นานและหลายครั้ง
ผลกำไรที่คาดว่าจะได้รับ
1.ข้าวเหนียว 1 กิโกกรัม สามารถนำมาทำขนมนางเล็ด ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เซนติเมตร ได้ขนมทั้งหมด 311 ชิ้น บรรจุใส่ถุง ถุงละ 7 ชิ้น ได้ทั้งหมด 44 ถุง โดยนำมาขายถุงละ 25 บาท จะได้เงินจากการขายขนมนางเล็ด ทั้งสิ้น 1100 บาท
2.กำไรและต้นทุนการผลิต
จากเงินที่ได้ต่อขนม 44 ถุง เท่ากับ 1100 บาท จะได้กำไรทั้งหมด เท่ากับ 1100-465=635 บาท
3. กำไรที่ได้จากขนมแต่ละถุง
จะได้เท่ากับ 635 ÷ 44=14.43 บาท/ถุง
โอกาสในการจำหน่ายสินค้าในตลาด
1.สามารถนำไปกระจายขายในร้านค้าภายในชุมชน
2.ฝากขายในร้านค้าหมู่บ้านใกล้เคียงได้ (ในตำบลท่าสว่าง)
3.ทำการจำหน่ายและขายสินค้าผ่านโซเชี่ยล (facebook)

ขั้นตอนที่ 3 เสนองาน
วันที่ 12 กันยายน พุทธศักราช 2560
กิจกรรมที่ดำเนินการ
1.นำแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทำการออกแบบเสร็จแล้ว รวมทั้งนำส่วนผสมที่ได้ทำการคิดค้นใหม่ เสนอต่อชุมชนและให้ชุมชนพิจารณาใช้ต่อไป
2.รับฟังข้อเสนอแนะหรือข้อวิจารณ์ และนำมาปรับปรุงแก้ไขพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไป

การทำงานแต่ละครั้งจะต้องมีการวางแผนการดำเนินงานให้เรียบร้อย เพื่อความสะดวกในการทำงานหรือลงพื้นที่ในการทำงาน ซึ่งการวางแผนดำเนินการไว้ล่วงหน้าจะช่วยเพิ่มความเป็นระเบียบแก่การทำงาน อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้งานนั้นๆ ประสบผลสำเร็จและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งในการทำงานครั้งนี้ทางคณะผู้จัดทำได้มีการกำหนด กิจกรรมขั้นตอนออกเป็น 3 ขั้นด้วยกัน คือ (1) ขั้นวางแผน (2) ขั้นการดำเนินงาน (3) ขั้นการนำเสนองาน ซึ่งในแต่ละขั้นจะมีกิจกรรมแยกย่อยตามความเหมาะสม อีกทั้งการกำหนดวันที่ที่ชัดเจนในการทำงาน เป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งผลให้การดำเนินงานต่างๆ นั้น เป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นระเบียบหรือประสบผลสำเร็จในที่สุด

ผู้จัดทำ

โครงการพัฒนาอาชีพกลุ่มสตรีในคุ้มตาจวน การทำขนมนางเล็ดน้ำแตงโม จัดทำโดย นางสาวรัตติกา   สหุนิล                 รหัสนักศึกษา 5919142...